เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๘

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 5 เมษายน 2025 at 19:42.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,234
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,557
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๘


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 เมษายน 2025 at 19:53
  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,234
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,557
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เมื่อคืนกระผม/อาตมภาพร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล เพื่อเอาไว้แจกในงานทำบุญประจำปีถวายหลวงปู่เปลี่ยน อินฺทสโร (พระวิสุทธิรังษี สังฆปาโมกข์) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

    เมื่อไปถึง สิ่งแรกที่ทำก็คือไปกราบรูปหล่อหลวงปู่ช้าง - หลวงปู่เปลี่ยน อดีตเจ้าอาวาสวัดใต้ หรือวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) กราบเรียนท่านว่าขออนุญาตให้ท่านช่วยสงเคราะห์ปลุกเสกวัตถุมงคลในพิธีวันนี้ เนื่องจากในฎีกาลงไว้เวลา ๑๘.๐๐ น. กะว่าเผื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณปัญญา - พระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ท่านได้จุดธูปเทียนบูชาพระแล้วจุดเทียนชัยด้วย จึงกราบเรียนหลวงปู่ท่านไปว่า "ขอความอนุเคราะห์สงเคราะห์ปลุกเสกวัตถุมงคลตอน ๑๘.๐๙ น."

    แต่ปรากฏว่าในงานพิธีทุกครั้ง เขาจะมีการแห่รูปหล่อหลวงปู่เปลี่ยน วนรอบเมืองกาญจนบุรีกัน ก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะควบคุมเวลาได้ตามตาราง ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงทำให้มีการคลาดเคลื่อน แต่ว่าสิ่งที่กระผม/อาตมภาพขอต่อหลวงปู่เปลี่ยนท่านเอาไว้นั้นเคลื่อนไม่ได้ จึงได้ลงไปที่มณฑลพิธีแล้วเริ่มอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลตั้งแต่ตอนนั้นเลย ก็แปลว่าต้องไปนั่งก่อนพระเกจิอาจารย์รูปอื่น ๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้..!

    ผู้ที่ร่วมในพิธีปลุกเสกนั้นก็ประกอบไปด้วย หลวงพ่อแอ๋ม - พระครูนิโครธโยคาภิรักษ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดน้ำตก

    หลวงพ่อเจ้าคุณทองดำ - พระราชวิสุทธาภรณ์ (ทองดำ อิฏฺฐาสโภ ป.ธ. ๖) รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าอาวาสวัดพระแท่นดงรัง วรวิหาร

    หลวงพ่อสนองชาติ (พระครูสุภัทรกาญจนกิจ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลลาดหญ้า เจ้าอาวาสวัดเย็นสนิทธรรมาราม

    และหลวงพ่อเต้ (พระครูประทีปกาญจนธรรม) เจ้าอาวาสวัดพุน้ำร้อนรัตนคีรี เจ้าคณะจังหวัดทวาย ประเทศพม่า รายสุดท้ายนี่อายุน้อยที่สุด แต่กลายเป็นว่าตำแหน่งใหญ่ที่สุด เป็นเจ้าอาวาสอยู่ฝั่งไทย แต่เป็นเจ้าคณะจังหวัดอยู่ฝั่งพม่า..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,234
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,557
    เมื่อเสร็จพิธีแล้วจึงได้กราบลา ขออนุญาตไปพักที่วัดท่ามะขาม โดยมารยาทแล้ว กระผม/อาตมภาพไม่ว่าจะไปค้างที่วัดไหนก็ตาม จะแจ้งขออนุญาตต่อเจ้าอาวาสก่อนทุกครั้ง เนื่องเพราะว่าเจ้าอาวาสมีอำนาจเต็มในวัดนั้น กฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดเจน ในการรับคนเข้า เอาคนออก ปกครอง ดูแล สอดส่อง พระภิกษุสามเณร ตลอดจนคฤหัสถ์ภายในวัดนั้น และอำนวยความสะดวกในการบำเพ็ญกุศลตามสมควร เหล่านี้เป็นต้น

    ดังนั้น..พระเณรของเราไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม อันดับแรก ขออนุญาตเจ้าของที่ก่อน เอาเจ้าของที่ตัวเป็น ๆ ก็คือเจ้าอาวาสก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยขออนุญาตเจ้าที่ ซึ่งเจ้าที่ในที่นี้ก็คือผู้ที่ดูแลสถานที่นั้น ๆ เพราะว่าบางท่าน ถ้าไม่บอกไม่กล่าว ท่านไม่พอใจขึ้นมา อาจจะมีการเล่นงานเอาได้..!

    กระผม/อาตมภาพโดนมาแล้วเต็ม ๆ ที่วัดคลิตี้บน (วัดทุ่งเสือโทน) ไปถึงครั้งแรก ถ้าจำไม่ผิด ปี ๒๕๓๒ ไม่ใช่แต่สามเณรยังไม่ทันจะเกิด พระของเราหลายรูปก็ยังไม่ทันจะเกิด..! ตอนนั้นหลวงพ่อไกโพ่เป็นเจ้าอาวาส ท่านให้ไปพักที่กุฏิห้องหนึ่ง พอเข้าไปในกุฏิก็รู้สึกว่างานนี้บันเทิงแน่ เพราะว่ามีแต่โกศเก็บกระดูกอยู่เป็นร้อยเลย..! ถ้าเป็นสามเณรกล้านอนไหม ? แยกไปอยู่คนเดียวยังไม่พอ ยังให้อยู่ในห้องที่มีโกศเก็บกระดูกเป็นร้อยเลย

    หลวงพ่อก็สวดมนต์ไหว้พระตามปกติ แต่ตอนนั่งกรรมฐาน มีอสุรกายตนหนึ่ง ตัวใหญ่มาก ใหญ่ขนาดไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนที่เขาจับตัวหลวงพ่อไว้ เหมือนเด็กกำตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ เขามาขับไล่ ไม่ให้อยู่ที่นั่น หลวงพ่อเป็นคนดื้อก็เลยบอกว่า "เจ้าอาวาสอนุญาตแล้ว" ไอ้เจ้านั่นเห็นว่าพูดไม่รู้เรื่อง ก็เลยเอื้อมมือเข้าทางหน้าต่างมา คว้าหลวงพ่อเอาไว้ กะว่างานนี้โดนจับโยนทิ้งแน่..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,234
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,557
    ด้วยความที่ว่าเขาอยู่ในภพภูมิของผู้มีฤทธิ์ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นกาลกัญจิกอสุรกายหรือไม่ก็มหิทธิกาเปรต พวกนี้มักจะตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ อยู่ที่โน่นที่นี่เป็นปกติ ก็เลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะว่าเป่าคาถาใส่ มันแค่เอียงหน้าหลบนิดเดียว แล้วก็บอกว่า "ไม่ถูก" อธิษฐานเตโชธาตุเผา มันก็หลบ ทำจนหมดทุกวิถีทางแล้ว เราสู้ไม่ได้สักอย่าง..!

    ก็เลยตั้งใจว่าไหน ๆ เราก็จะตายแล้ว อย่าให้กำลังใจเราเสีย ให้รักษากำลังใจเอาไว้ดีกว่า ก็เลยแผ่เมตตาอโหสิกรรมให้กับเขา แต่ปรากฏว่าไปตรงกับภาษิตโบราณที่ว่า "ขี้ตรงร่อง" เพราะว่าทันทีที่แผ่เมตตา ไอ้เจ้านั่นก็ตัวเล็กลง ๆ ๆ จนกระทั่งท้ายที่สุดก็เล็กเท่ากับคนธรรมดา ตอนตัวใหญ่ ๆ ยังสู้ ตอนตัวเล็กนี่เอ็งเสร็จข้าแน่..! ใช่ไหม ?

    เพราะฉะนั้น..สามเณรจำเอาไว้ มีคาถาอยู่บทหนึ่งก็คือกรณียเมตตสูตร อยู่ในหนังสือเล่มที่ตรงหน้าพวกเราพวกเรานั่นแหละ ที่ขึ้นว่ากะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ ฯลฯ ถ้าใครท่องได้ ไปไหนท่องเอาไว้ประจำ ๆ ผีจะไม่กล้าหลอก

    ไอ้เจ้าตัวนั้นเก่งกาจขนาดนั้น ยังทำอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าพอหลวงพ่อแผ่เมตตาไป มันก็ตัวเล็กลงไปเรื่อย ตอนตัวใหญ่ ๆ ยังทำอะไรเราไม่ได้ ตอนตัวเล็กนี่ เราจะทุบเสียเมื่อไรก็ได้..ใช่ไหม ?

    ฉะนั้น..ถ้าหากว่าสามเณรท่องคำอาราธนาศีล อาราธนาธรรม อาราธนาพระปริตร และปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะได้แล้ว ถ้ามีเวลาเหลือ ซ้อมท่องกรณียเมตตสูตรก็ได้ ไม่ต้องเอาทั้งบทหรอก เอาแค่เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง ฯลฯ ไปจนจบ แล้วอยู่ที่ไหนก็ท่องเอาไว้ ผีจะไม่กล้าทำอะไร เพราะว่าเราไม่เก่ง..!

    ถ้าหากว่าเก่งแบบหลวงพ่อไพบูลย์ - พระเดชพระคุณพระธรรมคุณาภรณ์ (ไพบูลย์ กตปุญฺโญ ป.ธ. ๘) อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดที่ไปเยี่ยมพระเณรทุกวัด แล้วสมัยของท่าน แรกเริ่มที่ยังเป็นพระมหาไพบูลย์อยู่ แต่ละวัดเดินทางไปยากมาก ไปแล้วก็ต้องไปค้างวันค้างคืนกันเลย
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,234
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,557
    ท่านไปที่วัดเขาเหล็ก ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ ไปนอนอยู่ ปรากฏว่าศาลาหลังใหญ่ ๆ นี่แหละ มีคนเดินขึ้นมา ศาลาไหวทั้งหลังเลย มาถึงก็ไล่บอกว่าไม่ให้นอนที่นี่ ตรงนี้เป็นที่ของมัน หลวงพ่อไพบูลย์ถามว่า "มึงเป็นใคร ?" ไอ้เจ้านั่นบอกว่า "กูคือเจ้าพ่อเขาเหล็ก"

    หลวงพ่อไพบูลย์ก็เลยโวยใส่ว่า "มึงเป็นใหญ่แค่ตำบลนี้ใช่ไหม ?" มันบอกว่า "ใช่" "เออ..กูนี่เจ้าคณะจังหวัด ใหญ่กว่าใครทั้งจังหวัดเลย มึงใหญ่แค่ตำบลนี้ ดันมาไล่กู เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่รู้จักเจ้านาย เดี๋ยวพ่อก็เล่นซะหรอก..!" ไอ้เจ้าพ่อได้ยินก็เลยกลับหลังหัน เดินหายไปเลย..!

    เพราะฉะนั้น..สามเณรเก่งสู้หลวงพ่อไพบูลย์ไม่ได้ ไม่ต้องไปทะเลาะกับผีนะ ให้เราแผ่เมตตา ท่องกรณียเมตตสูตรเอาไว้ ไปไหนก็ปลอดภัย ไปไหนเทวดาก็รักษา เพราะว่ามีอานิสงส์อยู่ ๑๑ อย่าง ที่เขาบอกไว้ ตั้งแต่สุขัง สุปะติ สุขังปฎิพุชฌะติ ก็คือหลับอยู่ก็เป็นสุข ตื่นก็เป็นสุข นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ จะไม่ฝันเห็นสิ่งที่ไม่ดี จนกระทั่งพรัหมะโลกู ปะโค โหติ ถ้าหากว่าทำเป็นประจำ ๆ ตายแล้วก็ไปเกิดเป็นพรหมได้

    ของเราบอกว่า ถ้าเป็นพระต้องมีมนต์ (สามเณรก็ต้องมีนะ) ถ้าเป็นคนต้องมีเงิน เพราะฉะนั้น..บวชเณรทั้งทีหามนต์ไปท่องเอาไว้ นอกจากจะช่วยเราได้ทุกงานแล้ว ยังช่วยให้เรียนหนังสือเก่งด้วย วัน ๆ ก็นั่งท่องไป พ่อแม่รำคาญก็ช่าง แผ่เมตตาให้พ่อให้แม่ไปด้วย แทนที่จะบ่น เดี๋ยวก็ควักสตางค์ให้เราไปเล่นเกมเอง ตายห่..ถ้าเณรทำได้นี่เดือดร้อนกันหลายครอบครัวเลยนะ..!

    เอาอย่างนั้นนะเณรนะ ถ้าใครท่องคำอาราธนาศีล อาราธนาธรรม อาราธนาพระปริตร และปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะได้แล้ว ไปซักซ้อมท่องกรณียเมตตสูตรไว้ด้วย ไปไหนจะได้ปลอดภัย ก่อนเดินทางก็ว่าเมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง ฯลฯ ไปเรื่อย ไม่ต้องมากหรอก เอาสักจบหนึ่งก็พอ เพราะว่ามีอานุภาพก็คือ เทวะตารักขันติ เทวดาจะช่วยรักษา ถ้าไม่ใช่อุปฆาตกรรมใหญ่จริง ๆ เข้ามาตัดรอน ไปไหนก็จะปลอดภัย

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...