เหตุที่บรรลุธรรม

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปวีรัศม์ชา, 10 พฤศจิกายน 2020.

  1. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +226
    ท่านผู้อ่านทั้งหลายคงเคยได้ทราบเรื่องของพระสาวกบางรูปมาแล้วว่า ท่านได้บรรลุพระอรหัตตผลในขณะที่ท่านนั่งฟังพระธรรมเทศนาเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธองค์นั่นเอง แล้วท่านเคยคิดบ้างไหมว่าทำไมท่านจึงสำเร็จง่ายดายนัก ท่านไม่ได้เจริญ ฌาน-สมาธิ-วิปัสสนา และมรรค ๘ บ้างหรือ

    หากท่านตั้งใจคิดและพิจารณาด้วยใจอันเป็นธรรมแล้ว คงจะเห็นชัดด้วยใจของตนเองว่า ท่านเหล่านั้นในขณะนั้นท่านไม่ได้เจริญฌาน หรือหากบางท่านจะเคยได้เจริญฌานมาก่อนแล้วก็ตาม แต่ในขณะที่ท่านนั่งฟังพระธรรมเทศนาอยู่นั้น ท่านไม่ได้เจริญฌาน ท่านเจริญสัมมาทิฏฐิ อันมีสัมมาสมาธิเป็นรากฐาน คือดำเนินตามองค์มรรค ๘ ทีเดียว มีวิปัสสนาคือ พระไตรลักษณญาณเป็นผู้อุดหนุน

    หากจะมีความสงสัยว่าสมาธิในขณะนั้นจะมีได้อย่างไร ขอเฉลยไว้ ณ โอกาสนี้เลยว่า สมาธิ ไม่ต้องดับรูป-เสียง-กลิ่น-รส-สัมผัส เหมือนฌาน แต่สมาธิจะยึดเอาอารมณ์ทั้ง ๖ นั่นแหละมาเป็นเครื่องพิจารณาจนเห็นอารมณ์ทั้ง ๖ นั้นชัดตามเป็นจริงว่า อายตนะ ๖ มีตาเป็นต้น เป็นบ่อเกิดของอารมณ์ ๖ มีรูปเป็นต้น กิเลสจะเกิดขึ้นที่อายตนะ ๖ นี้เพราะความไม่รู้ตามเป็นจริง แล้วเข้าไปยึดอารมณ์ ๖ นั้นมาไว้เป็นของตัวจึงเดือดร้อนเป็นทุกข์

    ความจริงแล้ว อายตนะ ๖ ก็มีไว้สำหรับรับรู้ทำหน้าที่ของตนๆเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อายตนะมิได้มาไหว้วอนหรือร้องขอให้ใครๆ มาหลงรักหลงชอบหรือเกลียดชังอะไร แต่ใจของเราต่างหาก แส่ไปยึดไปถือเอาอารมณ์นั้นมาเป็นตน เป็นของตน ทั้งๆที่อารมณ์เหล่านั้นก็หาได้เป็นไปตามปรารถนาไม่ มันเกิดขึ้น ณ ที่ใด มันก็ดับลง ณ ที่นั้น มันเกิดๆ ดับๆ อยู่อย่างนี้ตลอดกาล

    ผู้มาพิจารณาเห็นชัดแจ้งอย่างนี้ด้วยใจด้วยปัญญาอันชอบแล้ว จิตจะไม่แส่ส่ายลังเลไปในอารมณ์นั้นๆ แล้วจะตั้งมั่นแน่แน่วอยู่ในความจริงใจว่า อายตนะทั้ง ๖ จะเป็นกิเลส และเป็นภัยก็แต่ผู้ที่ไม่เข้าใจตามเป็นจริง แล้วเข้าไปยึดถือ เอามาเป็นตนเป็นของตนเท่านั้น ผู้ที่รู้เห็นตามเป็นจริงแล้วอายตนะทั้งหลายก็จะเป็นอายตนะอยู่ตามเดิม และทำหน้าที่อยู่ตามเคย ใจก็จะไม่หลงเข้าไปยึดเอามาเป็นตนของตนเลย ที่เรียกว่าสมาธิเกิดขึ้นเพราะเอาความเห็นอันเป็นจริงในสัจจธรรมมาเป็นอารมณ์ ต่อนั้นไป หากมีผู้มาแสดงสัจจธรรมอันเนื่องมาจากอายตนะ-ขันธ์ เป็นต้น อันมีมูลฐานอันเดียวกัน ท่านผู้นั้นก็จะส่องแสงปัญญาตามรู้ตามเห็นไปตามทุกแง่ทุกมุมจนสิ้นสงสัยในธรรมนั้นๆ ที่เรียกว่าได้บรรลุธรรม

    สมมติว่า หากท่านผู้อ่านสนใจในธรรมอยู่ ได้ไปเฝ้าฟังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชาฉลาดเฉียบแหลมลึกล้ำ สรรเอาแต่ถ้อยคำที่เป็นอรรถเป็นธรรมนำมาซึ่งประโยชน์ เสียงก็ไพเราะเพราะพริ้ง ตรัสคำใดออกมาก็เป็นที่น่าจับใจ พระรูปพระโฉมผิวก็ผุดผ่อง นิ่มนวลชวนให้เกิดความเลื่อมใส จรณธรรมทั้งหลายของพระองค์ไม่มีบกพร่อง ทั้งด้านน้ำพระทัยของพระองค์เล่าก็เปี่ยมไปด้วยพรหมวิหารทั้งสี่เช่นนี้แล้ว ท่านจะทำอย่างไร หากท่านไปเฝ้าพระพุทธเจ้าดังนั้นเข้าแล้วท่านจะนั่งภาวนากรรมฐาน เจริญฌานกสิณ ดับอารมณ์ภายนอก มีรูปเป็นต้น เสวยความสุขยึดเอาเอกัคคตารมณ์ชมไม่รู้อิ่มไม่รู้เบื่อ จนเกิดวิปัสสนาญาณ ๙ แล้วจึงจะเข้าถึงมรรคผลนิพพานอย่างนั้นหรือ หากท่านมัวทำเช่นนั้นอยู่ เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าคงจะต้องเสด็จหนีก่อนเป็นแน่

    แต่ถ้าท่านไม่ดับอารมณ์เหล่านั้น แต่มายึดเอาอารมณ์เหล่านั้นขึ้นมาพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริงดังแสดงมาแล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าเป็นผู้มีจิตใจอันบริสุทธิ์ กลั่นกรองเอาธรรมที่เป็นของบริสุทธิ์มาแสดงให้ท่านผู้มีความเห็นอันบริสุทธิ์ คือสัมมาทิฏฐิและมีสัมมาสมาธิ เป็นผู้อุดหนุนนั่งฟังธรรมอยู่นั้น เมื่อถึงพร้อมเช่นนั้น ขอให้ท่านพิจารณาดูว่าจะมีอะไรเกิดตามมา เท่าที่แสดงมานี้ เข้าใจว่าท่านผู้อ่านทั้งหลาย พอจะเข้าใจเนื้อความที่ว่า ผู้นั่งฟังธรรมของพระพุทธเจ้าได้บรรลุมรรคผลนิพพานในขณะนั้นจะมี ฌาน-สมาธิ หรือไม่

    ขอเฉลยว่า ฌานเป็นของเล็กน้อย ฌานเป็นเครื่องอยู่เครื่องเล่นของท่านผู้ที่ได้บรรลุธรรมชั้นสูงสุดแล้ว ท่านจะเจริญให้เกิดให้มีขึ้นเมื่อไรก็ได้ไม่เป็นของยาก เหมือนคนผู้มีความฉลาดเฉียบแหลมสมบูรณ์แล้ว จะทำตนเป็นคนโง่ย่อมง่ายดาย แต่ถ้าคนโง่นี่ซิ จะทำตนให้เป็นคนฉลาดเปรื่องปราดมันยากนัก ถึงจะทำได้ก็ไม่เหมือน ขอย้ำอีกว่า ถ้าหากท่านยังเห็นว่า ฌาน สมาธิเป็นอันเดียวกันอยู่แล้ว ข้อความที่แสดงมาข้างต้นนั้นก็จะไม่สามารถซึมซาบเข้าไปถึงใจของท่านได้เลย

    อนึ่ง มติของบางท่านยึดเอาตัวหนังสือเป็นหลักว่าพระอรหันต์สุขวิปัสสกไม่มีสมถะ เจริญวิปัสสนาล้วนๆ คำว่า สมถะใครๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ได้แก่ฌานหรือสมาธิ ถ้าพระสุขวิปัสสกไม่มีสมถะ มันจะไม่ขัดกันกับพระพุทธพจน์ที่ว่า ผู้เจริญสมาธิดีแล้วย่อมมีปัญญาเป็นผลเป็นอานิสงส์ใหญ่หรือ ที่ว่าผู้ที่จะถึงมรรคผลนิพพานต้องดำเนินอัฏฐังคิกมรรค มรรค ๘ ก็มีสมาธิอยู่ด้วย มรรค ๘ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น เป็นทางเอกอันจะนำสัตว์ให้ถึงซึ่งความบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสได้

    ท่านผู้รู้ทั้งหลายทำไมไม่หยิบยกเอาคำเหล่านั้นขึ้นมาพิจารณาดูบ้าง หรือมิฉะนั้นก็ขอให้ลงมือปฏิบัติจนให้จิตเป็นสมถะ วางความยึดมั่นถือมั่นตัวหนังสือแล้วเกิดความรู้จากสมถะนั้น ภายหลังจึงเอาความรู้ทั้งสองอย่างนั้นมาเทียบเคียงกัน ท่านก็จะหายความสงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างน่าอัศจรรย์

    น้ำใสแสนใสถ้าไม่นิ่งจะเห็นตัวปลาและเม็ดทรายอยู่ใต้น้ำได้อย่างไร ใจไม่สงบจะเห็นกิเลสและอารมณ์ภายในของตนได้อย่างไร

    หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
    ที่มา สามทัพธรรม
     
  2. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +226
    การเกิดสมาธิในแนววิปัสสนายานิก

    20201110_125745.jpg
     
  3. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    [​IMG]

    #ภาพ ปลากรอบ จากอิงเธอว์เนบ

    #แสดง การพ้นใดๆ ไม่อาจะเกิดขึ้นได้ใน
    อายตนะ(จิกปรกติ) อภิภายตนะ(ฌาณ)
    แต่....อาศัยระลึกเท่านั้น เอทัคคะทางเพ่งฌาณ
    จึงมี เอทัคคะทางฮี้กัปๆเทศนาฆราวาส จึงมี

    #มรรค มีหนึ่งเดียว มีองค์ประกอบ8
     
  4. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    ที่แอดแทชนี่ มิจฉาทิฏฐิ นะฮับ

    หาก เห็นตามนี้ รับรอง กู่ไม่กลับ

    จิต รู้ได้ทีละอารมณ์ " เอกจรัง ทุรคัง คมโน "

    สติ ดับ ก่อเป็น สมาธิ

    พวกบอก สมาธิเกิด แล้วบอกว่า
    ไม่มี สติ เป็นปัจจัย รับรองได้เลย
    ว่าเป็นพวก ตีความ ทำท่ามีสติ

    สติ นั้น เกิด แล้ว ต้อง ดับ

    หาก ไม่เห็นว่า สติ เป็นของ ดับ
    ก็จะเริ่มเป็นพวก สัญญาวิปลาส
    ขาด สัมปชัญญะ ( จิตรู้ได้ทีละอารมณ์
    ลืมไปแล้ว )

    ก็จะเห็นว่า การปฏิบัติเป็นเรื่อง สะสม สั่งสม
    ต่อเนื่องเป็นสาย เป็นปื้น เป็นผังผืด


    โดย "เขตา นานแทะ"
     
  5. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +226
    คุณเมาก็อ่านแบบเมคเซ้นส์ว่าสติมันดับสิ จะไปตีความมันค้างทำไมหล่ะ......

    เหมือนที่เขาบอกทำสติให้ต่อเป็นลูกโซ่นั่นแหล่ะ
     
  6. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    ม่ายล่ายๆ

    มี คำผิดคำเดียว ก็ต้อง แย๊บ ไว้ก่อง

    ส่วน ใครข้าม "คติ" ที่ลักลั่นนั้นได้ ก็อีกเรื่อง

    ถ้า ปี้แปะ คำ ตถาคต ก็คงไม่มี ถ้อยคำที่ผิดพลาด อะฮับ

    ถ้า แปะ คำสาวก ก็ต้อง พินา ความพลาดยังไงก็ต้องมี
    ต่อให้เป็น อรหันตสาวก ซึ่งท่านกล่าวไปตาม อุบาย ตามวาระ

    ไม่ได้ แทงตลอด แบบ ตถาคต
     
  7. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    1,376
    ค่าพลัง:
    +624
    การบรรลุธรรมที่ไม่มีฌาณไม่มีคับ

    อดีตชาติไม่เคยฝึกสมาธิ
    พอมาเกิดในชาติปัจุบันได้อ่านธรรมได้ฟังธรรมะ
    แล้วพิจารณาตามธรรมะที่ฟังที่อ่านก็อยู่ในปฐมฌาณไปในตัวอยู่แล้ว
    ระดับของสมาธิที่เคยฝึกมาตั้งแต่อดีตาชาติและปัจจุบันจะบ่งชี้ว่าเป็นพระอริยะประเภทใดคับ
     
  8. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    dynamitedance-1280x600.jpg

    แป่ว !!!

    เอาพวก ญาณลาภีบุคคล ไปทิ้ง ซะแว้ว


    ญาณลาภีบุคคล ปี่ไฉน!?

    ญาณลาภีบุคคล คือ คนบางคนขับรถอยู่
    เจอพระสวนมา ก็เอา เงาะ หรือ ข้าวเมล็ด
    เดียวที่ตนเหลือ ไปใส่บาตร

    หลังจากนั้น แสนฮี้กัปๆ เกิดมาเจอ พุทธศาสนา

    นั่งฟังอยู่ดีๆ ปิ๊ง!!!

    จะได้ อิทธิฤทธิ์ คุณธรรมบรรดามี ตามที่
    พระสวนป๊าปเมื่อแสนฮี้กัปๆก่อน มีทุกประการ

    ไม่ต้อง ภาวนา หรือคอยลอกคำพูด ให้เมื่อยตุ้ม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 พฤศจิกายน 2020
  9. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    นี้งัยว่าละมัยงงมองหาแต่ความสมบูรณ์แบบ
    ทุกข์นานนะ55
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 พฤศจิกายน 2020
  10. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    1,376
    ค่าพลัง:
    +624
    แล้วท่านเหล้าปังตามรู้ตามเห็นทั้งแสนชาติเขาไหม
    แล้วรู้หรือว่าในแสนนั้นเขา
    ไม่เคยได้อภิญญมาก่อน ฤทธิ์อภิญญามีได้ด้วยการฝึกคับ
    มิได้มีเพราะมีพระสวนทางมา
     
  11. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    กั๊กๆๆๆ

    ทิฏฐิ วิญญาณ หิ้วหวีไป หิ้วหวี มา ข้ามภพ ข้ามชาติ

    สะสมมาแสนกัป วันจะ บรรลุ เสือก เสียสัจจ ขณะจิตเดียว

    นอกจาก ฤทธิจะไม่มี นาหญ้าขึ้นรก รอ ฮับ

    ปัจจัยการ อิทัปปัจจยตา ไม่รู้จัก ฮิววววววววววววส์


    ป ลอ ลิง : สัจจ สัจจ อะไรคือ สัจจ ที่จะต้องไม่เสีย

    อริยสัจจ นะฮับ

    ไม่ใช่ ชูสองนิ้ว จงทำดี จงทำดี งุดโง งุดโง
     
  12. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    4,007
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,135
    สมาธิมันมีสองแบบ

    คำที่ใช้ ว่า สมาธิก่อน สติ อันนี้เรียกว่า อารัมมนูปนิชฌาน

    ถ้าเป็น สติ ก่อน สมาธิ มันคือ ลักขณูปนิชฌาน

    ฉะนั้น สมาธิ มันจึงมีสองแบบ
    ถ้าแยกสมาธิไม่ออก ก็จะเอามาปนกัน ทำให้เข้าใจผิด


    การนั่งหลับตา ไม่ใช่ว่า จะได้เพียงความสงบ
    อยู่ที่ความเข้าใจ ว่า หลับตาเพื่ออะไร

    ถ้าหลับตาเพื่อเจริญมรรค มันได้ทั้ง ความสงบ ได้ทั้งปัญญา ไปด้วยกันเสมอ
     
  13. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +226
    หนังสือเก่าๆ ตามหาอ่านยากมาก ....

    อันนี้เป็นเพียงท่อนเดียวที่เห็นเขาแชร์ต่อๆ กันมา
    ถ้าได้อ่านฉบับเต็มอาจจะเนื้อหาสมบูรณ์กว่านี้นะคะ
     
  14. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    4,007
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,135
    อ่านดู ในบริบท ก็รู้ละครับ เขาเหมา สมาธิ ตัวเดียวกัน
     
  15. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    ก็ นะ

    ถ้า ผิดนิด ผิดหน่อย ก็จะ เออ ออ อยู่หลอกว่า
    ไอ้ที่ ตามหาฉบับเต็ม " เขมานานแทะ " นะควร

    แต่นี่ ผิด ทุก วรรค ( พอพ้น วรรค เคาะ ว่าง
    ก็มี มิจฉาทิฏฐิแทรกทุกประโยค )

    หาต้นฉบับไม่เจอหนะ กำหนดรู้ไปเลยว่า

    วาสนามีดีกว่า พวก มิจฉาทิฏฐิ "เขมานานแทะ"
     
  16. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    1,376
    ค่าพลัง:
    +624
    หากปฐมฌาณเหาะได้ คงเหาะชนกันตายแล้วคับท่านเหล้าปัง
     
  17. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +226
    จริงๆ จะอิงแค่วิปัสสนายานิก แต่มีไปกระทบพวกเข้าฌานซะงั้น เพราะข้อความต่อกันมา....ก็ว่าเดี๋ยวพี่นุคงมาอธิบายสมาธิทั้ง2แบบเพิ่มให้
     
  18. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    กระทบ ตั้งแต่ โพสแรก แล้วฮับ แม้นจะ
    เอามาจาก หลวงปู่ หลวงตา

    ทีนี้ พระท่านคงเทศนา เฉพาะ กาลนั้น เวลานั้น
    ซึ่งอาจจะมีพวก " ปัญญาอินทรียนำหน้า " คำเทศนา
    ของพระ จะผลิกเป็น กดข่ม พวก ฌาณ อันนี้ไม่ใช่
    เพราะ พระท่านสอนผิด แต่เพราะ ธรรม ความเป็น
    ปัจจัย มันจะเป็นอย่างนั้น ปรกติ หากไม่ระวัง

    สาวก ระวังได้ไหม ...ไม่ได้ เป็น อฐานะ

    ตถาคต เท่านั้น ที่แทงตลอดด้วย สมาธิได้ตลอดไม่จำกัด
     
  19. กระร่อน

    กระร่อน จิตฺเตน นียติ โลโก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    9,202
    ค่าพลัง:
    +997
    ถามขนมรูแปบ
     
  20. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    4,789
    ค่าพลัง:
    +1,466
    ทีนี้ ก็จะเกิด คำถาม ว่า ตถาคต เทศนายังไง

    ก็ไม่มีอะไร ตถาคต จะร้อยยยยยย หลายๆ
    ธรรม ให้ครบถ้วน เป็น กถาเดียว

    แทนที่จะกล่าว ปัญญานำ ก็จะกล่าว หัวข้อ
    มาล้อม แล้วค่อย จรนัยจนครบ อะไรงี้

    วินาที บรรลุธรรม ของตถาคต หากบรรยาย
    เป็น ฌาณ พระองค์ก็จะอธิบาย ฌาณ1-4
    บ้าง ฌาณ1-9 บ้าง

    ถ้าเป็น คำสาวก สมัยนี้ใกล้สุด จะพูดว่า

    มรรคมีหนึ่งเดียว ( หัวข้อรวบ )

    แล้วค่อย จรนัย ไปตาม วิธีที่มีอยู่ในโลกขณะนั้น

    คนฟังไม่เป็น ก็คิดว่า ต้องทำสมาธิอย่างนั้นอย่างนี้

    หากฟังดีๆ

    มรรคมีหนึ่งเดียว ไม่ใช่ ฌาณ ไม่ใช่ แฌณ แต่อย่างใด
     

แชร์หน้านี้

Loading...